ปักหมุดจุดหมาย
Nambar10 เป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ที่ออกแบบมาอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมตกแต่งด้วยของกระจุกกระจิกนานา
ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเดนเดนทาวน์ โดทงโบริ และอเมริกามูระในละแวกใกล้เคียง ด้านข้างมีตู้เกมอาร์เคดโบราณ ฟุตบอลโต๊ะ บิลเลียด และอีกมากมาย ปล่อยวางความเป็นจริงไว้และปล่อยใจให้สนุกสนานเต็มที่
สถานที่หย่อนใจให้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ย้อนวัยสู่วันวาน
ผสมผสานเอกลักษณ์ถ่ายทอดความเป็นเมืองโอซาก้าที่มีชีวิตชีวา ไม่เหมือนใคร และไม่เคยหลับใหล


เลือกดื่มได้ตามใจ
Nambar10 มีตั้งแต่เบียร์ท้องถิ่นและเบียร์นานาชาติ ค็อกเทลคลาสสิก หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ไปจนถึงมาการิต้าแช่แข็งอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ Nambar10 เป็นที่แวะพักผ่อนคลายในเมืองแบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องฝืนใจตัวเอง โยนเปลือกถั่วลงบนพื้น ฉีกกฎเกณฑ์เดิม ๆ และไม่ต้องเคร่งครัดกับอะไร!

พบปะสังสรรค์รับประทานอาหารทะเล
เชฟ Leow Leong Hock ผู้มีฝีมือโด่งดังด้านอาหารกวางตุ้งต้นตำรับจากห้องอาหารเอ็มเพรสรูม เข้ามาดูแลการรังสรรค์เมนูอาหารของ Nambar10 โดยแสดงฝีมือการปรุงอาหารทะเล ปูและกุ้งตามฤดูกาลคือตัวชูโรงที่เปี่ยมล้นด้วยรสชาติแบบเอเชียและตะวันตก พร้อมด้วยเมนูยอดนิยมของบาร์ซิกเนเจอร์ เหมาะแก่การรับประทานร่วมกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง
เป็นที่สุด อย่าพลาดเมนูตามฤดูกาลที่เป็นกระแสล่าสุดหรือจากไอเดียที่ผุดขึ้นใหม่
มานั่งล้อมวงที่โต๊ะ หยิบอาหารรับประทานให้จุใจ และอิ่มเอมความสุขให้เต็มที่!

นอกชาน
ปลีกตัวจากความเร่งรีบและวุ่นวายของเมืองไปกับพื้นที่กลางแจ้งซึ่งจัดกิจกรรมแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล
ซึ่งกว้างขวางพอให้พักผ่อนและสังสรรค์ได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่นอกชานนี้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนสังสรรค์กลางแจ้ง
อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ – สำหรับลูกค้า Nambar10 เท่านั้น

เดอะ เอ็น 10
สำราญใจกับสถานที่ลับสุดยอดที่ตั้งอยู่ภายใน Nambar10 ซึ่งเป็นสถานที่พิเศษสำหรับการพบปะสังสรรค์
และการเฉลิมฉลองส่วนตัวโดยเฉพาะ พร้อมเครื่องคาราโอเกะและเสาสำหรับเต้น ยกระดับกิจกรรมและการพบปะสังสรรค์ไปอีกขั้น หรือสร้างความประทับใจที่ยากจะหาได้จากที่อื่นแก่ผู้ร่วมธุรกิจ

การนำเสนอศิลปะบนผนัง: Artists in Residence
ผนังของเราแต่งแต้มด้วยผลงานต้นฉบับที่รังสรรค์โดยศิลปินรับเชิญทั้งจากชุมชนท้องถิ่นและ ต่างประเทศ แต่ละชิ้นถ่ายทอดวัฒนธรรมของโอซาก้าผ่านมุมมองแบบเรโทรอันมีเอกลักษณ์
แรงบันดาลใจจากดนตรี วิถีชีวิตในเมือง และความทรงจำแสนคิดถึง ทำให้งานเหล่านี้หลอมรวม เป็นส่วนหนึ่งกับเอกลักษณ์และบรรยากาศของบาร์ได้อย่างแนบเนียน

อนาคตที่หลงลืมไป
โดย Mika Revell
ในบาร์สลัวที่มีควันบุหรี่คละคลุ้งของโอซาก้าในยุค 1950 เสียงแก้วกระทบและเสียงพูดคุยพึมพำฉายภาพความเศร้าหมองที่ซ่อนอยู่ในจิตใจผู้คน เมื่อควันจางไป ฉันพานพบความงามอันน่าหลงใหลประโลมใจของสตรีหลังเคาน์เตอร์บาร์ ดั่งดวงประทีปแห่งความสง่างามในโลกที่สับสนอลหม่าน ริมฝีปากสีแดงชาดของเธอวาดรอยยิ้มอ่อนโยนขณะเสิร์ฟ
โคล่าเย็น ๆ เสน่ห์เย้ายวนอ่อนโยนยามเธอจุดบุหรี่พาให้ลืมความวุ่นวายภายนอก เสียงฝาเบียร์ที่คุ้นหูและเครื่องดื่ม
สีอำพันอันอบอุ่นช่วยให้ปล่อยใจไปได้ชั่วขณะ เครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาที่เรียบง่าย ขณะที่ฉันใคร่ครวญถึงสมดุล
ที่ลงตัวระหว่างภัยอันตรายที่โหดร้ายกับสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อันงดงามและแสนเปราะบางในสถานที่พักใจท่ามกลางควันบุหรี่แห่งนี้

NEO-OSAKA
ศิลปิน: BAKIBAKI
ชิ้นงานที่ผสานกลิ่นอายเรโทรเวฟเข้ากับลวดลายสัญลักษณ์ของโอซาก้าอย่างกล้าหาญผ่านการแสดง ภาพกราฟิกอันโดดเด่น ผลงานศิลปะชิ้นนี้ถ่ายทอดภาพเมืองในมุมมองใหม่ ที่ซึ่งความทรงจำ แสนคิดถึงและอนาคตล้ำสมัยหลอมรวมกันผ่านสีสันสดใสและรูปทรงสะดุดตา
เกี่ยวกับ BAKIBAKI
BAKIBAKI เกิดที่โอซาก้า และได้เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางศิลปินในปี 2001 ระหว่างศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งเกียวโต โดยเป็นหนึ่งในคู่ดูโอ DOPPEL ด้วยแรงบันดาลใจจาก วัฒนธรรมย่อยญี่ปุ่น เขาได้สร้างสรรค์ “ลวดลาย BAKI” ซึ่งเป็นการตีความลวดลายดั้งเดิมขึ้นใหม่ ในบริบทร่วมสมัย และปัจจุบันเขาทำงานในระดับนานาชาติ โดยมุ่งเน้นงานจิตรกรรมฝาผนัง ขนาดใหญ่และศิลปะสาธารณะ โดยมีผลงานชิ้นสำคัญและได้รับเชิญเข้าร่วมเทศกาลต่าง ๆ ทั้งในญี่ปุ่น ไต้หวัน ยุโรป และเอเชีย

FOR YOU
ศิลปิน: VIVA LA MORT
ด้วยแรงบันดาลใจจากปกอัลบั้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ Tatsuro Yamashita ผลงานชิ้นนี้ตีความ ย่านโดทงโบริยามพลบค่ำใหม่ผ่านสุนทรียะแบบ โอซาก้า ซิตี้ป๊อป แสงอุ่น ๆ ยามเย็น ทิวทัศน์คุ้นตา และความรู้สึกคิดถึงจาง ๆ ถ่ายทอดความอบอุ่นและความโรแมนติกของยามค่ำคืนที่ค่อย ๆ ทาบทับ ผืนเมือง
เกี่ยวกับ Viva La Mort
Viva La Mort ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ในบ้านเก่าหลังเล็ก ๆ ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการทำ เสื้อยืด “Homebrew” ที่วาดด้วยมือ เพื่อสร้างงานศิลป์ที่จับต้องได้และแบ่งปันกับชุมชนได้จริง จากนั้นได้ต่อยอดสู่สายงานการออกแบบกราฟิก ภาพประกอบ การวาดภาพบนผนัง และเสื้อผ้าสั่งทำ ควบคู่ไปกับการผลิตเสื้อผ้าและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ Viva La Mort อย่างต่อเนื่อง
เชฟ Leow Leong Hock ผู้มีฝีมือโด่งดังด้านอาหารกวางตุ้งต้นตำรับที่ห้องอาหารจีน เอ็มเพรสรูม ของ Swissôtel Nankai Osaka เข้ามาดูแลการรังสรรค์เมนูอาหารของ Nambar10 โดยแสดงฝีมือการปรุงอาหารทะเล เชฟ Leow เป็นเชฟที่ได้รับรางวัลและมีประสบการณ์ในสิงคโปร์มาหลายปี โดยได้รับรางวัล "The Best Seafood Dish" ในงาน Singapore Gourmet Hunt 2002 เมนูของเชฟที่ Nambar10 ประกอบด้วยปูและกุ้งตามฤดูกาลที่เสิร์ฟในถัง ซึ่งเปี่ยมล้น ด้วยรสชาติแบบเอเชียและตะวันตก พร้อมด้วยอาหารตรงบริเวณบาร์สุดคลาสสิก
